INTERVIEW
เรื่อง : สมพร คารัมย์ภาพ : ทีมฮักบุรีรัมย์

 

พ่อผาย สร้อยสระกลาง

ปราชญ์เกษตรแผ่นดิน ผู้เป็นนายกตนเอง

 

                ในวัย 87ปีของพ่อผาย สร้อยสระกลาง ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปี 2553และอดีตผู้ใหญ่บ้านสระคูณ อ.ลำปลายมาศ นั้นยังมีคนรุ่นหลังแวะมาเยี่ยมเยียนและรับฟังท่านเล่าประสบการณ์ชีวิตที่เป็นประโยชน์อยู่เสมอ

                คงไม่ใช่การพูดเกินจริงนัก หากจะกล่าวว่าชายชราอายุกว่าแปดสิบปีผู้นี้คือหนึ่งในบุคคลต้นแบบ ผู้ใช้ชีวิต ทำอยู่ทำกิน พัฒนาตนพึ่งตนเองตามแนวทางพระราชดำริด้านเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ให้ประจักษ์แก่ตาว่าเราสามารถดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้จริง

                ในชีวิตของพ่อผาย หลังก้าวถูกก้าวผิด ผ่านความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า และมีหนี้สินจึงหยุดคิดทบทวน เพื่อใช้สติและธรรมนำทางจึงค้นพบว่าการจะมีชีวิตที่สุขและมั่นคงคือต้องทำอยู่ทำกินแบบพึ่งตนเอง แต่จะ“กินอิ่ม นอนอุ่น อยู่ดี หนี้หมด”เพียงคนเดียวนั้นไม่ใช่ เป็นคนต้องแบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่น พ่อผายจึงเป็นผู้นำรวบรวมชาวบ้านสระคูณที่หันมาทำการเกษตรแบบผสมผสาน จัดตั้งกลุ่มอีโต้น้อย ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนกลุ่มอีโต้น้อย”สอนหลักสูตร วปอ.ภาคประชาชนเกษตรทฤษฎีใหม่ และถ่ายทอดวิธีการพึ่งตนเองตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้ผู้อื่น

                และนี่คือบนสนทนากับปราชญ์เกษตรแผ่นดิน ผู้ที่ใช้ทั้งชีวิตพิสูจน์ให้เห็นว่า ทำตามเศรษฐกิจพอเพียง แล้วอยู่เย็นเป็นสุขอย่างไร

 

เราใช้ชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงแล้วอยู่ได้จริงหรือ

                ผมอยู่ได้ได้อย่างไรล่ะ ผมก็นั่งอยู่นี่ อยู่ได้จริงไหม ข้าวผมก็ไม่อด นาผมก็มี มีอยู่มีกินหมด มีชื่อเสียงโด่งดังคนรู้จัก  ความพอเพียงคือความสุขจริง มีสุขจริง ทำอยู่ทำกิน อย่าหวังรวย อย่าไปหาอยู่หากิน ทำอยู่ทำกินให้กินอิ่ม นอนอุ่น อยู่ดี หนี้หมด เท่านั้นเอง นี่คือสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านให้

 

 

พ่อผายย้ำเสมอว่าต้อง กินอิ่ม นอนอุ่น อยู่ดี หนี้หมดแต่กว่าจะเป็นอย่างทุกวันนี้ พ่อผายเองก็ผ่านความยากลำบากมาไม่ใช่น้อย

            ผมเป็นลูกชาวนา พ่อกับแม่ทำนาปลูกข้าว เมื่อก่อนข้าวที่กินไม่ได้สีนะ เป็นข้าวตำมือ ซ้อมมือ ก็นึ่งข้าวหุงข้าวกิน ผมทำนาแต่เด็ก เพราะเราเป็นลูกพ่อลูกแม่ก็ช่วยท่านแต่ยังเล็ก แต่ช่วยเท่าที่ช่วยได้ สงสารพ่อสงสารแม่ ท่านให้ผมเกิด ผมก็ต้องอุปถัมภ์อุ้มชูพ่อแม่ แล้วผมอยากเรียน อยากให้รู้เขารู้เรา รู้เท่ารู้ทัน รู้กันรู้แก้ อนาคตของเราจะไกล ต้องเรียนรู้ ผมเลยขอพ่อกับแม่ไปเรียน จบชั้น ป.4ก็บวชสามเณรบวชพระอยู่สิบปีตอนจะสึกบ้านเมืองแห้งแล้งมาก ชาวบ้านอดข้าวอดน้ำ สึกออกมาจากนั้นแต่งงาน และได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน(ตั้งแต่ปี 2508) ผมก็ทำนาด้วยแต่ปี 2525 มันแห้งแล้ง ปลูกข้าวไม่ได้ ข้าวในยุ้งฉางผมก็เหลือน้อยแล้วเลยเอาเงินออมและกู้เงินไปทำไร่ปลูกข้าวโพดที่ละหานทราย ปลูกแล้วไปขาย เรากำหนดราคาไม่ได้ เขาคัดเองเลือกเอง ก็เจ๊ง เป็นหนี้ เลิก! แล้วบอกตัวเองว่า ต่อไปนี้นะ ทำอะไรต้องกำหนดราคาได้จึงทำ ถ้ากำหนดราคาไม่ได้ อย่าทำ!ก็กลับบ้านคืน กลับมาทำนาทำอยู่ทำกินที่บ้านเหมือนเดิม

 

จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้พ่อได้คิดทบทวนอะไรบ้าง

                ครับ อย่าใช้เงินเป็นตัวตั้ง เงินมันเกิดทีหลัง อาหารเกิดก่อน กินอิ่ม นอนอุ่นก่อน เงินมันจึงเกิดมา ทำอะไรอย่าเอาเงินเป็นตัวตั้ง ไม่รวย กินอิ่มก็ดีแล้ว ไม่อดไม่อยากนั่นแหละรวย อยากรวยเงินนะกินได้ไหม ต้องไปแปรกับข้าว เงินกินไม่ได้แต่ซื้อได้ แล้วจะไปซื้ออะไร ก็ไปซื้อข้าวกิน ข้าวไปซื้อที่ไหน ถ้าเราปลูก เขาก็จะมาซื้อเรานี่แหละ มึงมีเงินมึงต้องซื้อข้าวกูนี่แหละ ซื้อปลาก็ปลากูนี่แหละ ว่างั้นเนอะ

 

จึงพัฒนาตนเพื่อพึ่งตนเอง ทำอยู่ทำกินแบบ อตฺตา หิอตฺตโน นาโถ?

                คนเราต้องมีสตินะ ถ้าระลึกได้ว่าทำพลาดไปแล้วก็แก้ไข พอแห้งแล้ง ข้าวในนาก็ตายหมด บางคนวิ่งไปทำงานที่กรุงเทพฯ ไปขายแรงงาน ผมว่าเราจะไปขายแรงงานให้คนอื่นทำไม ขายให้ตนเองไม่ดีเหรอ มันแล้งก็หาวิธีแก้สิ ทำให้ดีที่สุด มันแล้ง ก็ขุดสระสิ ตอนฝนตกมันขุดไม่ได้ แล้งอย่างนี้ดีมันมีงานทำ ขุดสระเลี้ยงปลา แก้อดอยากได้แล้วขุดสระไม่กลัวนาหมดเหรอ ผมว่าหมดก็ช่างมันเถอะ มีข้าวจะไปกินกับอะไร ถ้ากินกับปลา แล้วทำไมเราจะไม่เลี้ยงปลาเอง จะไปซื้อเขาเหรอ สระผมก็ขุดเองกับมือ คืออย่าไปจ้างเขา ขุดเอง คนหนึ่งมันมีสองมือ มือข้างหนึ่งของพ่อ ห้าแสน อีกข้างหนึ่งของแม่ ห้าแสน รวมเป็นหนึ่งล้าน ทำให้เกิดประโยชน์แล้วต้องคิดเองคิดให้เป็น ดินไม่ดี ก็ใส่ปุ๋ยคอก ขี้วัวขี้ควายเราก็มี ต้องหาหนทาง สิ่งสำคัญในชีวิตคืออะไร คืออาหาร อาหารเกิดขึ้นจากอะไร จากแผ่นดิน แผ่นดินไทยเป็นแผ่นดินทองนะ ก็ปลูกผัก ปลูกต้นไม้ ขนุน น้อยหน่า พุทรา มังคุด ละมุด ลำไย มะเฟือง มะไฟ มะพร้าว ส้มโอ ฯลฯ ไชโยโห่ฮิ้ว!คัดเลือกเอา อันไหนเหมาะกับเรา ปลูกในนาเจ้าของเอง ปลูกบนคันนา คือเราทำ เราก็มีผลผลิต จากเคยอดข้าวก็ไม่อด เคยอดปลาก็ไม่อด ก็กินอิ่ม นอนอุ่น อยู่ดี หนี้หมดนี่ผมก็พิสูจน์แล้ว

 

 

ตอนนั้นมีคนไม่เชื่อไหมว่าทำได้

                บางคนไม่เชื่อ บอกทำอย่างนี้มันไม่ได้เงิน เขาต้องการเงิน เขาไปกรุงเทพฯ ก็อย่าไปตอบโต้เขา เราลงมือทำ เราอย่าไปสอนเขาเถิด ทำให้เขาดู ให้เขาเห็นว่าเขากินข้าว ข้าวมาจากไหน ใครปลูก เท่านั้นเอง เรื่องอย่างนี้สอนเขาไม่ได้หรอก ทำให้ดู พอเห็นผล เขาสนใจเขาถามเราเอง แล้วก็ทำตาม ชาวบ้านสระคูณก็ทะยอยขุดสระ ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ ทำเกษตรผสมผสานเหมือนที่ผมทำ เกิดการรวมตัวเป็นกลุ่มอีโต้น้อยขึ้น อีโต้น้อยคือมีด มีดก็คือปัญญา มีดฟันปัญหา คือใช้ปัญญาฟันปัญหาความยากจน ช่วยกันแก้ พึ่งพาตัวเองได้ มีเยอะก็แบ่งปัน พอมีข้าวเนอะ ข้าวก็งาม ก็ทำบุญประทายข้าวเปลือก ทำธนาคารข้าว พึ่งพาซึ่งกันและกัน ชุมชนก็เข้มแข็ง อยู่ได้

 

คิดว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้พ่อผายแก้ปัญหาได้

                เกิดเป็นคนค้นให้ทั่ว ปากอย่าล้น ปากล้นไปนินทาคนอื่น ชี้นิ้วไปที่คนอื่น มันไปนิ้วเดียวนะ แต่กลับมาหาเราสี่นิ้ว ทำไมไม่ศึกษากับตัวเราล่ะ อย่าไปมองคนอื่น มามองตัวเองว่าทำอะไรหรือยัง เวลาผมไปฟังธรรมะ ฟังพระเทศน์ หรือฟังคนแก่คุยกัน ตอนไหนประทับใจ จดเอาบันทึกเอา คือสังเกต จดจำ นำไปใช้ แล้วต้องเรียนกับธรรมชาติด้วย ผมโตมากับไก่ การศึกษาเรื่องกระบวนการเบื้องต้นคือกับไก่ผมบันทึกว่าเวลามันไข่ ร้องกระต๊าก ๆ มันไข่กี่ฟอง แล้วไข่ไปจนกี่ฟองมันถึงจะกกไข่ เขียนไว้หมดนะแล้วจะทำอะไรมันก็ต้องมีปัญหา ผมอยากให้มีปัญหา ถ้าไม่มีปัญหาเราไม่มีวิธีแก้ ขอให้เกิดปัญหา แล้วเราค่อยแก้เอา เท่านั้นเอง ทำอะไรไม่มีปัญหาไม่มีหรอก อย่าท้อ หาวิธีแก้ ยิ่งดีสิได้แก้ปัญหา พอแก้ได้ดีก็ภูมิใจก็ดีใจ

 

เพราะอะไรพ่อผายถึงรักและเทิดทูนในหลวงรัชกาลที่ 9 มากจนเวลาเอ่ยถึงท่านต้องพนมมือเหนือหัวทุกครั้ง

            ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดิน เป็นพ่อของแผ่นดินเป็นที่เคารพบูชา หัวใจเราทุกคนอยู่กับท่านทั้งหมด ท่านจะตรัสถึงชาวไร่ชาวนาเสมอ เอาชาวไร่ชาวนาขึ้นมาก่อน ข้าวทุกวันนี้ที่ทุกคนกิน ก็กินข้าวของชาวนาไทย ถ้าไม่มีชาวนา ประเทศไทยล่มจมไปแล้วนี่ท่านตรัสและให้ความสำคัญกับชาวนาสำหรับผมท่านเป็นแบบอย่าง เป็นกำลังใจ แล้วท่านเป็นครูอาจารย์ของคนทั้งประเทศ มีพระปรีชาสามารถจริง ๆเราสัมผัสได้ ผมประทับใจมากที่สุด เป็นแค่เกษตรกรแต่ได้เข้าเฝ้า ได้ร่วมโต๊ะเสวย

 

พรของพ่อผายที่อยากมอบให้ลูกหลาน

                ต้องมีสติปัญญานตฺถิปญฺญา สมาอาภา แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี ท่องเฉย ๆ แต่ไม่ทำ ก็ไม่ได้ ต้องทำด้วย คนเราพอมีปัญญา ข้าวก็ไม่หมด ปลาก็ไม่หมด แล้วก็อย่าถืออำนาจ อย่าใช้อำนาจมากกว่าปัญญา เอาปัญญามากกว่านะ ทำอะไรอาจมีกระทบกระทั่ง แต่ให้คิดดี ทำดี ทำอะไรก็ให้นึกถึงบุญคุณพ่อบุญคุณแม่ พวกเรานั่งอยู่นี่ ถ้าไม่มีพ่อแม่ เราไม่ได้เกิดนะ ทำเพื่อพ่อเพื่อแม่ ตัวนี้แหละจะทำให้งามทุกอย่าง