INTERVIEW
เรื่อง : สมพร คารัมย์ภาพ : ทีมฮักบุรีรัมย์

The
Dong Yai
Limited

โลกในป่ามรดกโลกแห่งเดียวของบุรีรัมย์

บทนำ

เรื่องราวที่คุณกำลังอ่านนับจากนี้ เขียนขึ้นจากเหตุการณ์จริง จาก
“เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่”
ผืนป่ามรดกโลกทางธรรมชาติแห่งเดียวของบุรีรัมย์

 

ฉากที่ 1 : On The Road ไปดงใหญ่

ในหนังรักเรื่อง Elizabethtown แคลร์พูดว่า “ฉันหมายถึงทุกคนควรจะเดินทางแบบโรดทริป (Road Trip)  อย่างน้อยก็สักครั้งหนึ่งในชีวิต มีแค่เพียงคุณและบทเพลง”
                นั่นคือสิ่งที่แคลร์บอกกับดรูว์ พระเอกของเรื่อง ซึ่งเป็นประโยคที่คนดู (หนัง) อย่างฉันจำได้ดี แต่เปล่าหรอก ฉันไม่ได้ลุกขึ้นมาขับรถเที่ยวคนเดียวอย่างที่ดรูว์ทำ ฉันขับรถไม่เป็นด้วยซ้ำ การเดินทางแต่ละเที่ยวของฉันจึงมักอาศัยรถของขนส่งสาธารณะ หรือรถของคนอื่น เที่ยวนี้ก็เช่นกัน ฉันกระโดดเกาะรถของทีมงานไป โดยมีเพื่อนร่วมงานชาวฮักบุรีรัมย์เป็นผู้กุมพวงมาลัย
                คุณอาจสงสัย ก็แล้วทำไมฉันถึงพร่ำถึงโรดทริปนักหนา ให้ตอบแบบกำปั้นทุบดิน ก็คือ “ก็ฉันรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ” ระยะทางประมาณร้อยกิโลเมตรจากตัวเมืองบุรีรัมย์ไปป่าดงใหญ่ มันแสนจะน่าภิรมย์ชมชอบ โดยเฉพาะถนนตั้งแต่ช่วงอำเภอปะคำไป สองข้างทางจะมองเห็นต้นไม้ยืนเรียงกัน สลับกับวิวบางช่วงเห็นหลังคาบ้านสุดสายตา เหมาะสำหรับผู้โหยหาธรรมชาติยิ่ง เพื่อยืนยันว่าฉันไม่ได้คิดไปเองคนเดียว อยู่ ๆ โบ้ ผู้กุมพวงมาลัยรถก็เอ่ยขึ้น “หลายอาทิตย์ก่อน ผมก็ขับรถมาเส้นนี้” “มาทำไมเหรอ?” “ก็ขับรถมาเล่นนี่แหละ มาถ่ายรูปวิวเล่น” นั่น เห็นไหม ฉันคิดไปเองคนเดียวเสียเมื่อไร
                แต่ หยุดก่อน! จากบทสนทนาข้างต้น คุณอาจคิดว่าโบ้ถือไพ่เหนือกว่าฉันเพราะมาบ่อยกว่า และความประทับใจแบบแค่เห็นวิวดีข้างถนนก็ทำให้ฉันกรี๊ดแล้ว จึงคิดว่านี่ต้องเป็นการเกาะรถชาวบ้านไปเที่ยวดงใหญ่ครั้งแรกของฉันแน่ ๆ แต่ เปล่าเลย! นับตั้งแต่ทำงานที่ฮักบุรีรัมย์ ฉันมาดงใหญ่ได้สามครั้งแล้ว แต่ละครั้งก็คิดว่าเห็นป่าดงใหญ่ในมุมแบบเลนส์ไวด์ คือ ‘กว้าง’ ขึ้น แต่จะให้รู้จักป่าดงใหญ่ ‘ลึก’ ร้อยเปอร์เซ็นต์ภายในสามครั้ง คุณคิดว่าได้เหรอ? ขนาดช้างป่าพี่ใหญ่ประจำถิ่น ฉันก็เชื่อว่ายังเดินเล่นในดงใหญ่ที่มีขนาดกว้างขวาง 195,486 ไร่ (นี่ยังไม่นับรวมอีก 18,875 ไร่ที่รอผนวกเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่) ไม่ทั่ว แม้จะรักทาร์ซานและมีหัวใจนักผจญภัย แต่ฉันก็ยังไม่พร้อมจะลาดตระเวนไปยังจุดโนเนมและรกชัฏของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งนี้ขนาดนั้น เที่ยวดงใหญ่ในสามครั้งของพวกเราจึงเป็นโปรแกรมตามจุดแลนด์มาร์กล้วน ๆ และแม้แต่ละครั้งจะวนกลับไปที่เดิม ๆ บ้าง แต่เชื่อไหม ไม่มีครั้งไหนเลยที่รู้สึกเหมือนเดิม ก็ในวันฝนตก เราย่อมเห็นดงใหญ่ในอีกมุมที่ต่างจากวันแดดจ้าอยู่แล้ว
                หากถามว่าอะไรคือ ‘ลักษณะที่ชวนให้รัก’ ของป่าดงใหญ่? ก็ธรรมชาติไง ความเป็นธรรมชาติแบบเต็มเปา ที่ทำให้ป่าที่เหลืออีกแค่ 4,514 ไร่ก็จะมีขนาดสองแสนไร่ (ยังไม่รวมที่รอผนวกอีก) ในเขตอำเภอปะคำ และโนนดินแดง  มีลักษณะเด่นเฉพาะจนหลายพื้นที่กลายเป็นตัวเรียกแขกดี ๆ นี่เอง เช่น ละเลิงร้อยรู ละลุ คลองโป่ง เขากระเจียว เขากระป๊อด และอีกหลายจุด จุด จุด ที่พวกเราเองก็ยังไม่เคยไป    

ฉากที่ 2 : ดงใหญ่ครั้งแรก 3 วัน 2 คืน

ประสบการณ์เที่ยวป่าดงใหญ่ครั้งแรกของฉัน (และทีมงานบางคน) ถูกตั้งชื่อเล่น ๆ คล้ายกับคำโฆษณาชวนเที่ยวไทยว่า ‘เที่ยวดงใหญ่ครั้งแรก 3 วัน 2 คืน #น็อตอาทัวริสต์ #วิสิตไทยแลนด์’
                และพวกเราก็ไม่ได้เป็น A Tourist (นักท่องเที่ยว) จริง ๆ ด้วย เพราะตอนนี้กำลังยืนตากฝน ปั้นหน้าละอ่อนให้เข้ากับน้อง ๆ A Student (นักเรียน) ที่บังเอิญมาดงใหญ่พร้อม ๆ กัน และกำลังเดินบนเส้นทางศึกษาธรรมชาติในหน่วยพิทักษ์ป่าละเลิงร้อยรูพร้อม ๆ กันอีก
                ที่ ‘ละเลิงร้อยรู’ นี่เป็นวันที่สองของทริป ‘เที่ยวดงใหญ่ครั้งแรก 3 วัน 2 คืน #น็อตอาทัวริสต์ #วิสิตไทยแลนด์’ ของพวกเรา แล้วทำไมจึงเล่าเรื่องข้ามวันแรกไป? เพราะวันแรกคืนแรกไม่มีอะไรมาก พวกเรามาถึงดงใหญ่เย็นมากแล้ว พอกินข้าวเสร็จ ก็รีบเข้านอน เพื่อการผจญภัยในวันรุ่งขึ้น ซึ่งก็คือ ละเลิงร้อยรู ที่กำลังฉาบด้วยสายฝนอยู่นี่
                เหมือนบันทึกการเดินทางฉบับน้ำเน่า พอจะเดินป่า ก็เจออุปสรรคแบบละครไทยคือฝนกระหน่ำตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา ฉันหยิบเสื้อกันฝนราคาถูก บาง ๆ สีเหลือง ที่เอาติดตัวมาด้วย คลี่ แล้วสวม จากนั้นก็มองน้อง ๆ นักเรียนที่เปียกปอน แล้วปลอบใจตัวเอง “เอาน่า ถ้าอยากเห็นความเรียลของดงใหญ่ ก็จงออกไปตากฝน”
                ระหว่างเดินไปจุดสตาร์ทเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ฉันคิดว่า ควรเล่าบทสนทนาของฮักบุรีรัมย์กับหัวหน้าสมส่วน รักสัตย์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ให้ฟังเป็นข้อมูลประกอบความรู้สักหน่อย

ฮักฯ: เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า กับ อุทยานแห่งชาติ ต่างกันยังไงคะ (ในเมื่อป่าดงใหญ่ก็เป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์แห่งที่ 2 ของไทย ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติเช่นกัน แต่พื้นที่อนุรักษ์อีก 4 แห่ง คือ เขาใหญ่ ทับลาน ปางสีดา ตาพระยา กลับเป็นอุทยานแห่งชาติ ส่วนดงใหญ่เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า)  
                หัวหน้า: ทั้งสองมีวัตถุประสงค์เหมือนกัน คือเพื่อรักษาป่า แต่อุทยานจะมีนโยบายส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของประชาชน ส่วนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าประกาศเพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยให้สัตว์ป่าดำรงเผ่าพันธุ์ได้อย่างปลอดภัย   
                ฮักฯ: แสดงว่าดงใหญ่มีสัตว์ป่าเยอะ?
                หัวหน้า: ใช่ โดยเฉพาะช้างป่า กระทิง วัวแดง เสือโคร่ง เลียงผา หมาใน
                ฮักฯ: เพราะอะไรคะ
                หัวหน้า: สัตว์ป่ามันไม่รู้หรอกว่าตรงนี้บุรีรัมย์ ตรงนี้โคราชนะ เพียงแต่ว่าป่า มันก็เดินหากินของมัน แล้วดงใหญ่ติดกับอุทยานแห่งชาติทับลาน ปางสีดา ตาพระยา ต่อกันเป็นผืนกว้าง ก็ทำให้สัตว์ป่าสามารถเดินดำรงชีวิต หากิน กระจายพันธุ์ได้
                ฮักฯ: แล้วความสำคัญต่อคน?
                หัวหน้า: ที่นี่เป็นต้นน้ำที่ไหลล่อเลี้ยงชีวิตของคนบุรีรัมย์ เป็นต้นสาขาแม่น้ำมูล (คือลำมาศและลำนางรอง)
                ฮักฯ: ดงใหญ่เป็นป่าแบบไหนคะ
                หัวหน้า: อืม พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบแล้ง มีป่าเต็งรังบ้าง ทุ่งหญ้าบ้าง แล้วก็มีสวนป่าของรัฐซึ่งปลูกยูคาลิปตัส กระถินณรงค์ กระถินเทพา ซึ่งเป็นพืชต่างถิ่น
                ฮักฯ: คือว่า คือถ้าพวกเราเดินป่าแล้วเจอช้าง ต้องทำยังไงคะ (มีเสียงหัวเราะประกอบคำถาม)
                หัวหน้า​: เราก็อยู่เฉย ๆ
                ฮักฯ: จริงเหรอคะ ไม่ต้องวิ่ง? แล้วถ้าเราปีนต้นไม้จะรอดไหมคะ
                หัวหน้า: จะปีนต้นไม้ไหวไหมล่ะ ถ้าต้นใหญ่ขนาดนี้ (มีเสียงหัวเราะประกอบคำตอบ) การเจอช้างป่า บางทีนักท่องเที่ยวไม่คุ้นชินก็จะเกิดอันตราย จึงอยากให้คนที่มาใช้พื้นที่โดยเฉพาะด้านใน แจ้งเจ้าหน้าที่ก่อน เขาจะรู้จะคอยบอกว่าเจอช้างที่ไหน ต้องระวังตรงไหน
                ฮักฯ:  ขอบคุณค่ะ      

ตัดภาพมาที่เส้นทางเดินป่าตรงละเลิงร้อยรู เจ้าหน้าที่ป่าไม้กำลังชี้ให้พวกเราและเด็กนักเรียนดูรอยบางอย่างบนต้นไม้ต้นหนึ่งพร้อมคำอธิบายภาพว่า “มาดูต้นไม้ต้นนี้นะครับ นี่เป็นต้นไม้ที่หายากในป่าดิบแล้งแห่งนี้ หรือว่าต้นพญาไม้ สังเกตดูลายของเขาจะเหมือนลายพรางของทหาร และสร้างกิ่งแตกต่างจากต้นอื่นในสภาพป่าเดียวกัน แต่ที่น่าสังเกตจริง ๆ อยู่ที่รอยนี้ เมื่อแปดปีก่อนพี่เห็นมันถูกแกะออกไปใหม่ ๆ เลย แล้วก็มีอีกรอยหนึ่งเหมือนกันเลย ทำให้สงสัยอย่างมากเลยว่าเปลือกต้นไม้ต้นนี้น่าจะเป็นยารักษาโรคอะไรบางอย่างของสัตว์ป่าอย่างพี่ใหญ่”
                พี่ใหญ่คือช้างป่า และเราก็อาจไม่ได้เห็นง่าย ๆ แต่ถ้าเดินศึกษาธรรมชาติเส้นนี้จะเจอรอยบากที่คิดว่าช้างป่าบรรจงทำไว้ ชัวร์! (ความจริงมีอีกสามอย่างที่บรรดาพี่ใหญ่ชอบทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า คือ รอยเท้า ขี้ และเรื่องไว้ให้เล่าต่อ)
                แม้ฝนตกจะทำให้เดินป่ายากขึ้น แต่เด็กนักเรียนก็ดูสนุกกันดี พลอยทำให้พวกเราสนุกด้วย เจ้าหน้าที่ป่าไม้ให้ชิมหัวระพาน้ำที่รสชาติคล้ายลูกอมตราแฮ็คส์ ก็ลอง เขาพาเดินข้ามห้วยเล็ก ๆ ที่เป็นต้นน้ำลำนางรอง ก็ทำ ต้องข้ามรากไม้ใหญ่ ก็พากันปีน อยากเห็นกล้วยไม้ดินที่ถูกขนานนามว่าเป็นราชินีดงใหญ่ ก็ได้เห็น อีกสิ่งที่เป็นไฮไลต์ของเส้นทางนี้คือต้นกระบกขนาดยักษ์ ก็ได้พากันโอบกอด
                ละเลิงร้อยรูนี่มันไม่ธรรมดาจริง ๆ นะ!
                นับเป็นหัวใจของป่าผืนนี้ก็ว่าได้ ไม่ใช่เพราะมันอยู่ตรงกลางของดงใหญ่ แต่เพราะลักษณะแบบป่าพรุน้ำจืด ที่หาได้ยากในป่าแถบที่ราบสูงโคราช เป็นพื้นที่ลุ่มแอ่งกระทะ มีน้ำซับ มีโป่งธรรมชาติ มีดินโคลน มีดินพีท เลยกลายเป็นเคหสถานแสนดีของเหล่าสัตว์ป่า
                เราเดินจากเส้นทางศึกษาธรรมชาติด้วยความฉ่ำจากน้ำฝน และความอิ่มจากธรรมชาติเต็ม ๆ กลับไปบ้านพัก อาบน้ำ กินข้าวเย็น ที่นี่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีอินเตอร์เน็ต และแสงไฟกำลังจะดับลงเพราะพลังงานไฟฟ้าจากแผงโซล่าเซลล์วันนี้ถูกใช้หมดแล้ว
                                 
                เวลาตีห้านิด ๆ ของเช้าวันที่สาม
                ฉันได้ยินเสียงโบ้เดินมาบอกพวกเราสักคน “พี่ ผมประสบความสำเร็จแล้ว ตะกี๊ ผมเห็นกระทิง”
                พี่สงวน-วัธชริพงษ์ จันทร์สูรย์ หนึ่งในผู้พิทักษ์ป่าดงใหญ่แห่งนี้บอกว่ากระทิงที่โบ้เห็นคือกระทิงโทน ตัวใหญ่ และหายาก แล้วแกก็แถมความหวังใส่พวกเราเต็ม ๆ ว่าเช้านี้เราอาจได้เห็นด้วย
                แต่ก็นะ ในป่า เราไม่เคยนัดหมายสัตว์ป่าตัวไหนให้มาพบพวกเราได้ เช้านี้ก็เช่นกัน มีเพียงโบ้ที่ได้เห็นกระทิงโทนชัด ๆ อยู่คนเดียว
                เราผิดหวัง, ใช่ไหม, ใช่,
                แต่เช้าตีห้าอีกนิด ๆ กว่าเดิม การได้เห็นอึ่งอ่างกำลังผสมพันธุ์กันอยู่ ก็ไม่แย่เกินไปที่จะกลับมาเล่าให้คนอื่นฟัง
                ใช่ไหม? ใช่สิ! เราตอบตัวเอง จากนั้นก็เดินทางต่อ

                ทางไปจุดสกัดห้าพันไร่ งอแงเอาเรื่องอยู่ไม่น้อย เพราะฝนที่ตกหนักเมื่อคืน ทำให้ถนนแฉะยวบยาบ เราจึงใช้เวลาพอประมาณกว่าจะถึงห้าพันไร่ โชคดีที่ฝนตกเมื่อคืนทำให้ท้องฟ้าขี้เกียจ ฟ้าเปิดช้า ดวงอาทิตย์เลยไม่สามารถแหวกม่านก้อนเมฆออกมาได้ แต่ภาพวิวตรงหน้านี่สิ มันทำให้หัวใจพองโต เต้นทะลุหน้าอกออกมาได้เลย
                นี่คงเป็นคำตอบว่าทำไมเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ดงใหญ่จึงบอกให้พวกเรามาห้าพันไร่ตอนเช้าตรู่ ภาพที่อยู่ตรงหน้าคือ วิวของห้าพันไร่ที่เป็นทุ่งหญ้า มองเห็นต้นไม้สูง ๆ กระจายอยู่ไกล ๆ ทุกอย่างดูสงบนิ่ง มีหมอกปกคลุมเจือจาง พอเริ่มมีแสงอาทิตย์ หน้าตาของเขากระป๊อดก็เผยให้เห็นเด่นชัดอยู่ท่ามกลางผืนป่าดงใหญ่
                ชีวิตดีจริง ๆ
                นี่คือ The Dong Yai Limited ฉบับฮักบุรีรัมย์ และเราอยากให้คุณออกไปผจญภัยตามหาดงใหญ่ในแบบฉบับของคุณเอง โชคดีค่ะ    

ฉากพิเศษ : ดงใหญ่ ต้องไปซ้ำ!

บอกแล้วว่าดงใหญ่ ไปครั้งเดียวไม่ได้หรอก และนี่คือรายการกิจกรรมฉบับสั้น ๆ ที่คุณควรกลับไปดงใหญ่อีกครั้ง

1. กลางเต็นท์นอนชมพระอาทิตย์ตกที่ ‘คลองโป่ง’
2. เดินชมธรรมชาติ ‘ละลุ’ ที่เกิดจากการกัดกร่อนพังทลายของชั้นดิน
3. ถ่ายรูปดาวที่ ‘อ่างเก็บน้ำลำนางรอง’
4. เดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ‘รู้สัตว์ รู้ป่า รู้กลไกธรรมชาติ’
5. ปลูกต้นไม้ปลูกป่า
6. ทำโปงเทียมเป็นอาหารให้สัตว์ป่า
7. สร้างฝายกั้นน้ำ

 

สถานที่ติดต่อ : สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ตู้ ปณ.1 ปทจ.โนนดินแดง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ 31260 โทร. 044-606-287