1.ภูเขาไฟกระโดง จากตัวเมืองบุรีรัมย์ไป6กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข219 ถนนสายบุรีรัมย์-ประโคนชัย เราก็เดินทางมาถึงจุดหมายแรกนั้นคือภูเขาไฟกระโดง ภูเขาไฟที่มีอายุน้อยที่สุดในบุรีรัมย์ และจัดว่าเป็นภูเขาไฟที่อายุน้อยที่สุดในประเทศไทยคือประมาน 3 แสนถึง 9 แสนปี เมื่อก่อนชาวบ้านเรียกที่นี่จะเรียกพนมกระดอง เพราะเห็นว่ามีลักษณะคล้ายกระดองเต่าเวลาผ่านไปภูเขาแห่งนี้ก็ถูกเรียกเพี้ยนมาเป็นภูเขากระโดง ซึ่งกรมป่าไม้ประกาศให้เป็นวนอุทยานภูเขาไฟกระโดงเมื่อปี พศ.2521 ซึ่งด้านบนเป็นที่ประดิษฐานของพระสุภัทรบพิตรพระพุทธรูปปางสมาธิองค์ใหญ่ที่เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบุรีรัมย์ ด้านหน้าขององค์พระสามารถชมวิวเมืองบุรีรัมย์ได้ทั้ง 360 องศา ด้านซ้ายมือมีปราสาทหลังเล็กซึ่งด้านในประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง และมีพันธุ์ไม้พื้นเมืองหายากอย่าง ต้นโยนีปีศาจที่ขึ้นอยู่ทั่วไปบนเขากระโดงและมีตำนานพื้นบ้านเล่าขานกันอีกด้วย เดินอ้อมไปด้านหลังองค์พระ เพื่อเดินลงไปชมปากปล่องภูเขาไฟ พร้อมเดินถ่ายรูปบนสะพานแขวนที่พาดข้ามปากปล่องภูเขาไฟกระโดงได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังได้สัมผัสกับความมหัศจรรย์ของหินลอยน้ำซึ่งเป็นหินสคอเรียที่พบเฉพาะจุดที่เกิดภูเขาไปเท่านั้น สามารถขึ้นไปชมวิวด้านบนและสักการะบูชาพระสุภัทรบพิตรพร้อมชมปากปล่องภูเขาไฟเดินถ่ายรูปเชลฟี่บนสะพานแขวนได้ ไม่ว่าจะขับรถขึ้นไปบนเส้นทางอ้อมเขา หรือเดินชมวิวบนบันไดนาคราช

2.ภูเขาไฟพนมรุ้ง หรือที่เรารู้จักปราสาทหินพนมรุ้งที่ตั้งของปราสาทขอมโบรานที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งปากปล่องภูเขาไฟพนมรุ้งนั้นตั้งอยู่บริเวณทางขึ้นปราสาทพนมรุ้งประตูที่ 3 ลักษณปากปล่องเป็นแอ่งกระทะขนาดใหญ่ ลาดชันไม่มีร่องรอยยุบตัว มีน้ำขังเป็นสระน้ำรูปทรงสี่เหลี่ยม ว่ากันว่าหากมีน้ำขังมากปล่องภูเขาไฟแห่งนี้จะกลายเป็นทะเลสาบที่สวยน่าดูทีเดียว บนปากปล่องภูเขาไฟพนมรุ้งมีเทวสถาน หรือเทวาลัยศิลปะขอมโบรานตั้งตระหง่านอยู่ นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า ปราสาทพนมรุ้งสร้างขึ้นราว 900-1000 ปี ปราสาทพนมรุ้งมีความโดดเด่นในด้านสถาปัตยกรรมของการแกะสลักลวดลายและเรื่องราวต่างๆ ตามคติฮินดูโบรานบนหินภูเขาไฟสีชมพู ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภูเขาไฟที่นักท่องเทียวที่มาเยือนไม่ควรพลาดสักครั้ง

3.ห่างจากภูเขาไฟพนมรุ้งออกไป 10 กิโลเมตร ทางทิศตะวันตก คือที่ตั้งของภูเขาไฟที่ชื่อ “อังคาร” หรือภูเขาไฟอังคาร ซึ่งยังเป็นที่ตั้งของวัดเขาอังคารที่สวยงามอีกทีหนึ่งของบุรีรัมย์ภายในมีโบสถ์รูปทรงที่สวยงามแปลกตาที่ชวนให้เข้าไปชม จากศาลาวัดจะมองเห็นปากปล่องที่ปะทุของภูเขาไฟอังคารที่ดับสนิทแล้ว ซึ่งปากปล่องปะทุของเขาอังคารนี้ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาน 900 เมตร เป็นหุบเขาลึก ลักษณะค่อนกลางกลมมีหน้าผาชันรอบปากปล่องมองออกไปรอบๆปล่องเขาจะเห็นวิวที่สวยงามกว้างสุดลูกหูลูกตา และที่นี้ยังเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเจริญสุขซึ่งเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวและมีสินค้าขึ้นชื่ออย่างผ้าภูอัคนีของดีขึ้นชื่ออีกอย่างของบุรีรัมย์

4.ภูเขาไฟปลายบัด เป็นอีกหนึ่งภูเขาไฟที่มีความสูงแค่ 289 เมตร อยู่ในเขตอำเภอประโคนชัย และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 77 กิโลเมตร อยู่ทางทิศใต้ของเขาพนมรุ้ง ที่เขาปลายบัดมี ปราสาทตั้งอยู่ 2 หลัง ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า ปราสาทปรายบัด1 และ ปราสาทปลายบัด2 อยู่ห่างกันประมาณ1กิโลเมตร ซึ่งที่ตั้งของปากปล่องภูเขาไฟอยู่หลังปราสาทปรายบัด1 มีความกว้างของปากปล่องประมาณ200 กว่าเมตร มีลักษณะเหมือนพระจันทร์ครึ่งซีก คล้ายปากปล่องที่ภูเขาไฟกระโดง

5.ภูเขาไฟคอก หรือเขาคอก ตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลเขาคอก อำเภอประโคนชัย อยู่ในเขตของวัดป่าบำรุงธรรม เขาคอกเป็นภูเขาไฟที่ไม่สูงมากมีปากปล่องกว่างเกือบๆ2เมตร ซึ่งชาวบ้านทีนี่เรียกว่า บ่อน้ำตายอ

 6.ภูเขาไฟหลุบ หรือเขาหลุบ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า เขาดุม ซึ่งปากปล่องภูเขาไฟแห่งนี้ปัจจุบันถูกศาลาสร้างทับเอาไว้ ซึ่งภูเขาไฟหลุบแห่งนี้มีสิ่งสำคัญอีกอย่างนั้นก็คือ จาลึกเขาดุม เป็นอักขรขอมโบราณ แต่จางมากจนอ่านแทบไม่ได้ และมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีก 2 อย่าง คือ พระพุทธรูปองค์โต อยู่ในศาลาที่สร้างทับปากปล่องภูเขาไฟ และเจ้าปู่หลุบ ที่ชาวบ้านนับถือกันมาก